SOLIDWORKS กุญแจสำคัญของ Markforged

SOLIDWORKS กุญแจสำคัญของ Markforged

SOLIDWORKS กุญแจสำคัญของ Markforged สร้างความต่าง เร็วกว่า ดีกว่า ได้มาตรฐานกว่า สร้างผลตอบแทนที่มากกว่า

เรื่องราวในการเริ่มต้นธุรกิจของ Greg Mark ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้ง Markforged ก็คงจะคล้ายๆ กับผู้ก่อตั้งธุรกิจรายอื่นๆ Greg Mark ได้นำแรงบันดาลใจของเขาเองเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันในการสร้างเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่ใช้เส้นใยคาร์บอน (Carbon fiber) แบบต่อเนื่อง ซึ่งเขาได้นำประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาในการสร้างสปอยเลอร์หลังของรถแข่งที่ผลิตจากคาร์บอนมาเป็นแรงผลักดันในการที่จะคิดค้นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการผลิตวัสดุผสมของเส้นใยคาร์บอน รวมไปถึงที่เขาต้องการจะตอบสนองความต้องการของวิศวกรในการที่จะสร้างชิ้นส่วนที่มีความแข็งแรงสูงได้อย่างรวดเร็ว จากเหตุผลดังกล่าวจึงทำให้ Greg Mark เกิดแรงบันดาลใจในการที่จะรวมการผลิตจากเส้นใยคาร์บอน และเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ เข้าด้วยกัน จึงทำให้เกิดเป็น Markforged

ปัจจุบันทางบริษัทได้สร้างความแตกต่างให้กับอุตสาหกรรมการพิมพ์ 3 มิติ โดยการตอบสนองความต้องการในการใช้งาน คุณภาพของชิ้นส่วนที่ผลิตออกมาให้มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับเหล็ก ซึ่งในขณะที่เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ของบริษัทอื่นๆ ผลิตชิ้นงานออกมาแล้วมีความเปราะบาง เนื่องด้วยบริษัทอื่นผลิตออกมาเพื่อต้องการให้เป็นต้นแบบเท่านั้น แต่เครื่องพิมพ์ Markforged สามารถที่จะผลิตชิ้นงานที่มีความแม่นยำ และยังมีความแข็งแรงเทียบเท่ากับเหล็กในราคาที่จับต้องได้เมื่อเทียบกับจำนวนการผลิตที่น้อย

ท ั้งนี้เพื่อเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวล้ำได้อย่างรวดเร็ว สามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสบความสำเร็จในด้านความเจริญเติบโตของบริษัท โดย Markforged ต้องการระบบที่ใช้ในการพัฒนาทางด้าน 3 มิติ ที่มีความมั่นคงและเสถียร ดังนั้นทางบริษัทจึงได้เลือกใช้ SOLIDWORKS เพื่อใช้การออกแบบ, SOLIDWORKS Premium ในการออกแบบและการวิเคราะห์, และ SOLIDWORKS PDM ในการจัดการระบบข้อมูล

Mark กล่าวว่า “การซื้อ SOLIDWORKS เป็นเรื่องที่ตัดสินใจได้ไม่ยากเลย ที่พวกเราเลือกใช้ SOLIDWORKS ก็เพราะ เราเชื่อมั่นว่า SOLIDWORKS สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าให้เราได้ จากการตัดสินใจเลือกใช้ SOLIDWORKS พวกเราสามารถลดเวลาในการทำงานลงไปได้ จึงทำให้การปล่อยสินค้าไปในตลาดมีความรวดเร็วขึ้น และรวมไปถึงประหยัดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้อีกด้วย นับตั้งแต่มีการใช้ SOLIDWORKS เป็นต้นมา แถม SOLIDWORKS ยังเป็นโปรแกรมที่สามารถใช้งานได้ไม่ยาก และยังถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนการสอนในหลายๆ มหาวิทยาลัยอีกด้วย เลยทำให้พวกเราสามารถหาวิศวกรที่จะมาทำงานและใช้ SOLIDWORKS ได้อย่างไม่ยากนัก”

Mark ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ SOLIDWORKS คือ แพคเกจ CAD ที่ดีเยี่ยมที่สุด เพราะทำให้พวกเราสามารถทำงานได้เร็วขึ้น เนื่องจากปัจจุบันนี้โลกมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่พวกเราก็สามารถที่จะพัฒนาได้เร็วกว่า เพื่อที่จะให้การพัฒนาของเรานำหน้าบริษัทคู่แข่งอื่นๆ SOLIDWORKS เป็นกุญแจสำคัญที่สร้างความแตกต่างให้กับพวกเรา ซึ่งทำให้เราสามารถที่จะรักษามาตรฐานในการพัฒนาซึ่งเป็นส่วนสำคัญในความสำเร็จ และทำให้บริษัทของเราเจริญเติบโตได้”

 

เร่งกระบวนการพัฒนาของเครื่องพิมพ์ที่สามารถพิมพ์ได้ด้วยตัวเอง

หลังจากที่มีการนำ SOLIDWORKS เข้ามาใช้ Markforged สามารถลดระยะเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหลือน้อยกว่า 6 เดือนได้ ซึ่งปกติแล้วจะต้องใช้เวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประมาณ 1 ปี หรือ 1.5 ปี สำหรับผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ทางด้านเทคนิคส่วนใหญ่ คุณ Mark ได้อธิบายว่า “ในตลาดของเรา ทั้งหมดมันเกี่ยวกับเรื่องของความเร็ว การออกแบบที่ถูกต้อง เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่เพียงออกแบบได้อย่างรวดเร็วเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงขั้นตอนการสร้างชิ้นงานต้นแบบ การปรับแต่งแบบ และการปรับเปลี่ยนแก้ไข โดยไม่กระทบหรือสูญเสียทั้งเวลาและต้นทุนด้วย ซึ่ง SOLIDWORKS ก็สามารถตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้ พูดสั้นๆ ได้ว่า SOLIDWORKS ช่วยให้พวกเราสามารถเข้าถึงการออกแบบที่ดีที่สุดในระยะเวลาที่น้อยลง”

“นอกจากนี้ SOLIDWORKS ยังรองรับการบริหารจัดการขั้นตอนของการปฏิบัติงานแบบซ้ำๆ อีกด้วย” Bennett Wilson วิศวกรเครื่องกลอาวุโส กล่าว “พวกเราได้มีการคิดค้นและสร้างต้นแบบเป็นจำนวนมาก และอาจมีการจำลองชิ้นส่วนนั้นๆ มากถึง 5 ครั้ง ภายในหนึ่งวัน แต่เพราะ SOLIDWORKS ทำให้การทำงานของพวกเราสะดวกมากขึ้น เราแค่เพียงพิมพ์ชิ้นส่วนที่มีการออกแบบด้วย SOLIDWORKS จากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ เครื่องหนึ่งที่เรามี เพื่อเอาไปใช้เป็นส่วนประกอบของอีกเครื่องหนึ่งได้”

 

ประหยัดเวลาและลดค่าใช้จ่าย รวมไปถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานด้วย SIMULATION

นอกเหนือจากการใช้ความสามารถของ SOLIDWORKS 3D ในการออกแบบแล้ว Markforged ยังได้มีการใช้เครื่องมือในการ Simulation ที่อยู่ใน SOLIDWORKS Premium อีกด้วย ไม่เพียงเป็นการตรวจสอบความถูกต้องของการออกแบบแล้ว แต่ยังเป็นการเพิ่มความสามารถในการออกแบบอีกด้วย ตัวอย่างเช่น ในขั้นตอนการพัฒนา Mark X ซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่ล้ำสมัยที่สุดและใหญ่ที่สุดของเรา ด้วยความแม่นยำในการพิมพ์อยู่ที่ 50 ไมครอน ซึ่งวิศวกรต้องการที่จะเพิ่มขนาดขึ้นเป็น 2 เท่า ของการสร้างแพลตฟอร์มของเครื่องพิมพ์ ต้องการทำให้มีน้ำหนักที่เบาขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งความแข็งแรง และหลีกเลี่ยงการบิดงอ

Wilson เล่าว่า “การสร้างแพลตฟอร์มของ Mark X ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 2 เท่า จากแบบที่เคยมีมา แต่ยังคงไว้ซึ่งความแข็งแรง และจะต้องมีการโก่งตัวน้อยกว่า 3 ไมครอน ในภาวะที่รับน้ำหนัก พวกเราได้ทำการทดสอบการวิเคราะห์การบิดงอโดยใช้ SOLIDWORKS Premium จากแบบ โดยใช้การเจาะในรูปแบบที่แตกต่างกัน เพื่อที่จะทำให้มีน้ำหนักที่เบาขึ้น จนกระทั่งพวกเราสามารถหาความสมดุลที่ดีที่สุดได้ระหว่างความแข็งแรงและน้ำหนักที่เหมาะสม ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการค้นหาผลลัพธ์นี้เมื่อเปรียบเทียบกับจะต้องเสียเวลาเป็นหลายชั่วโมง นอกจากนี้ยังสามารถสร้างแพลตฟอร์มที่มีขนาดใหญ่เป็น 2 เท่า มีความแข็งแรงเท่าเดิม และน้ำหนักก็ยังเท่าเดิมอีกด้วย”

 

การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดด้วย PDM

Markforged ได้ใช้ประโยชน์จาก SOLIDWORKS PDM ในการสนับสนุน จัดการ และการรักษาอัตราการพัฒนาของบริษัทให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เป็นองค์กรและเจ้าหน้าที่ด้านวิศวกรรมของ บริษัทกำลังเติบโตขึ้น SOLIDWORKS PDM เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการควบคุมการปรับปรุงแก้ไข จัดทำเวิร์กโฟลว์ และเป็นเครื่องมือจัดการข้อมูลที่บริษัทต้องการเพื่อรองรับแนวทางการขยายตัว และพัฒนาการทำงานร่วมกันได้มากขึ้น

Wilson กล่าวว่า “SOLIDWORKS PDM เป็นเครื่องมือที่มีประโยขน์เป็นอย่างมากต่อพวกเรา เนื่องจากจำนวนของผลิตภัณฑ์และวิศวกรที่เพิ่มมากขึ้น มันจึงเป็นเรื่องง่ายมากที่จะเกิดข้อผิดพลาดบางอย่างเมื่อมีการส่งต่องาน แต่ด้วย SOLIDWORKS PDM ทำให้พวกเรามั่นใจได้ว่า พวกเรากำลังทำงานอยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง และสามารถทำงานร่วมกันได้บ่อยขึ้นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย”

วงจรในการพัฒนาคิดค้นของ Markforged ไม่เคยที่จะหยุดนิ่งหรือช้าลง และ Metal X ในเครื่องพิมพ์ 3 มิติสำหรับชิ้นส่วนโลหะจะเป็นส่วนถัดไปที่ Markforged จะมีการพัฒนา ซึ่งถือได้ว่าเป็นกระบวนการใหม่เลยทีเดียวที่การออกแบบเครื่องพิมพ์จะสามารถเข้าถึงลูกค้าในหลายๆ กลุ่มผ่านวงจรการพัฒนาฮาร์ดแวร์ได้อย่างรวดเร็ว


ความท้าทาย

การปฏิวัติและการขยายบริษัทผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ 3 มิติ โดยการประดิษฐ์และสร้างสรรค์การเปลี่ยนแปลงให้กับเส้นใยคาร์บอนไฟเบอร์แบบต่อเนื่องในเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่สามารถผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว มีความแข็งแรงสูง มีคุณภาพสูง ทนทานและคุ้มค่าในการลงทุนในปริมาณที่น้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับชิ้นส่วนที่ผลิตจากโลหะ

วิธีการแก้ไขปัญหา

  • ใช้ SOLIDWORKS ในการออกแบบ
  • ใช้ SOLIDWORKS Premium ในการออกแบบและการวิเคราะห์
  • ใช้ SOLIDWORKS PDM ในการจัดการข้อมูล

ประโยชน์

  • สามารถใช้เส้นใยคาร์บอนไฟเบอร์แบบต่อเนื่องในเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3 มิติ
  • ลดเวลาในการพัฒนาฮาร์ดแวร์ให้เหลือน้อยกว่า 6 เดือน
  • ปรับปรุงความแม่นยำในการพิมพ์ 3 มิติ ให้อยู่ภายใน 50 ไมครอน
  • ทำให้เห็นถึงการเจริญเติบโตทางด้านธุรกิจแบบก้าวกระโดดภายใน 4 ปีแรก

 

VDO: MarkForged and SOLIDWORKS Join Forces

https://www.youtube.com/watch?v=7rmX6MG9Ub8

 

ที่มา : https://www.innova-systems.co.uk/wp-content/uploads/Markforged-SolidWorks-Case-Study-Innova-Systems-UK.pdf

 

ตามมาดูการพิมพ์ 3 มิติ ลดระยะเวลาการผลิต Jig & Fixture ลงถึง 75%

ตามมาดูการพิมพ์ 3 มิติ ลดระยะเวลาการผลิต Jig & Fixture ลงถึง 75%

SOLAXIS INGENIOUS MANUFACTURING, INC.

GROWING A DESIGN, TOOLING, AND MANUFACTURING

COMPANY WITH SOLIDWORKS AND STRATASYS SOLUTIONS

 

Solaxis Ingenious Manufacturing, Inc. เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการพิมพ์ 3 มิติ, งานสแกน 3 มิติ, การสร้างต้นแบบ, Jig Fixture และTooling ซึ่ง Solaxis ได้เติบโตขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ในประเทศแคนนา ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการนำเอาเทคโนโลยีทั้งทางด้านซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบ (SolidWorks), และ Stratasys 3D Printer เข้ามาประสานกันได้อย่างยอดเยี่ยม

ด้วยโซลูชันของ SolidWorks และ Stratasys จึงทำให้ Solaxis สามารถผลิต Jig & Fixture และเครื่องมือเฉพาะด้านที่ช่วยในการผลิตได้รวดเร็วขึ้น วิธีการออกแบบและพัฒนา Jig & Fixture โดยทั่วไปสามารถทำได้ในระยะเวลาตั้งแต่ 12 – 14 สัปดาห์ แต่ในปัจจุบัน Solaxis สามารถจัดการทั้งหมดตั้งแต่การออกแบบจนถึงผลิต Jig & Fixture โดยใช้ซอฟต์แวร์ SolidWorks และ Stratasys  3D Printing ซึ่งใช้เวลาเพียง 3 สัปดาห์ เท่านั้น ทำให้สามารถลดระยะเวลาในการผลิต Jig & Fixture ลงถึง 75% เมื่อเทียบกันกับเทคนิคแบบดั้งเดิม

นอกเหนือจากที่เทคโนโลยีนี้ช่วยให้การพัฒนาการออกแบบสร้าง Jig & Fixture และเครื่องมือเฉพาะด้านแล้ว โซลูชันของ SolidWorks และ Stratasys 3D Printing ยังทำให้ Solaxis สามารถนำเสนอแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการทำงานให้กับทางลูกค้าด้วย ยกตัวอย่างเช่น ในการพัฒนา Jig สำหรับกระบวนการผลิตยานยนต์ที่มีขนาด 36*24 นิ้ว Solaxis สามารถลดน้ำหนังของ Jig จาก 68 กิโลกรัม ให้เหลือเพียงประมาณ 12.7 กิโลกรัมเท่านั้น หลังจากการพัฒนาในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ลดระยะเวลาและเพิ่มปลอดภัยต่อการใช้งานเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอีก 15 % อีกด้วยเช่นกัน

 

Solaxis คาดว่าจะได้รับประโยชน์เพิ่มเติมในอนาคตด้วยการผสมผสานกันระหว่าง Finite Element Analysis (FEA) Simulation ของซอฟต์แวร์ SolidWorks กับ 3D Printer ของ Stratasys ซึ่งนั้นคือ การวางแผนเกี่ยวกับการผลิตชิ้นงาน 3 มิติ โดยใช้ FEA มาตรวจสอบประสิทธิภาพ และเพื่อเพิ่มอายุการใช้งานของ Jig & Fixture และเครื่องมือต่างๆ จากการออกแบบและการพัฒนาในอนาคตต่อไป

หากสนใจในเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้การพัฒนาการออกแบบสร้าง Jig & Fixture และเครื่องมือเฉพาะด้านแล้วสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยตรงที่ บริษัท แอพพลิแคด จำกัด โทร.  02-744-9045 หรือ http://www.applicadthai.com/3d-printer/contact/

บทความ: ศักดิณรงค์ ช่วยนุกูล 3DP

ที่มา: http://www.applicadthai.com

ทำไม คุณถึงควรซื้อ Sindoh

ทำไม คุณถึงควรซื้อ Sindoh

สำหรับลูกค้าที่ใช้ SOLIDWORKS อยู่ เราเป็น Partner กัน ทำให้คุณลูกค้าสามารถสั่งปริ้นจากโปรแกรม SOLIDWORKS ได้เลย
หนึ่งในข้อเด่นอีกหลายๆ ข้อ ว่าทำไม คุณถึงควรซื้อ Sindoh

_________________________________
สอบถามรายละเอียดเครื่องเพิ่มเติม
Inbox – m.me/iammaker3d
0876998336 – คุณอ้อม
0863133816 – คุณกิ๊ก