นวัตกรรมใหม่สำหรับการผลิต Checking Fixture

นวัตกรรมใหม่สำหรับการผลิต Checking Fixture

Stratasys 3D Printer for Tooling Application

TS Tech Co., Ltd, เป็นบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ภายในรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก โดยมีโรงงานกระจายอยู่ใน 13 ประเทศทั่วโลก มียอดขายประมาณ 3.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ และถือเป็นผู้นำอันดับหนึ่งสำหรับผู้ผลิตเบาะรถยนต์ให้กับรถยนต์ชั้นนำต่างๆ ทั่วโลก

ทีมวิศวกรของ TS Tech มีการคิดค้น และพัฒนาอยู่ตลอดเวลาที่จะหาเครื่องมือใหม่ๆ มาใช้ในการตรวจวัดชิ้นงานหลังการผลิต หนึ่งในนั้น คือ คุณ Stephen Mollett วิศวกรด้านงาน Tooling Design งานในความรับผิดชอบของเขา คือ การสร้าง Jig and Fixture สำหรับใช้ในการตรวจวัด Seat Frame ซึ่งให้ความสนใจเป็นพิเศษในการพัฒนากระบวนการผลิต Tooling จากวัสดุอลูมิเนียม CNC เพื่อใช้ทำ Check and Fixture สำหรับตรวจสอบ Back Seat Hinge ด้วยความที่เขาเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ (3D Printer) รวมถึงมีประสบการณ์ในการประยุกต์การใช้งานมาก่อน เขาจึงเข้าใจและมองเห็นความเป็นไปได้ในการพัฒนางานในส่วนนี้

บริษัท TS Tech ได้มีการนำเครื่อง 3D Printer ที่ใช้เทคโนโลยี FDM ของ Stratasys มาติดตั้ง เพื่อใช้สำหรับผลิตชิ้นงานต้นแบบที่เป็น Prototype ให้ลูกค้า แล้วจึงมองหาความเป็นไปได้ในการเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้ประโยชน์จากเครื่องตัวนี้ในสายงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนั่นก็คือ แผนก Tooling Design นั่นเอง

ด้วยความร่วมมือภายในของ TS Tech ที่แผนกผลิต Stamping Process ได้มีการนำ Check and fixture ไปทดลองใช้ในไลน์ผลิต โดยใช้ในส่วนของการตรวจวัด Seat Frame และอุปกรณ์ชิ้นส่วนอื่นๆ ในการผลิตเบาะรถยนต์ การใช้งาน Check and Fixture นี้ ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบชิ้นส่วนที่ผลิตออกมา ทั้งการตรวจดูด้วยสายตา, ด้านความสวยงามของงาน, ลักษณะกลไกการทำงาน, คุณภาพงาน, ตำแหน่งรูและความลึก รวมถึง ความหนาของชิ้นส่วน ด้วยการทำงานของ Check and Fixture ที่จะต้องทำการตรวจวัดคุณภาพของงานทั้งหมดที่ผ่านการขึ้นรูปมานั้น โดยเฉลี่ยอายุของเครื่องมือตัวหนึ่งอาจจะอยู่ราวๆ 42,00 ชิ้น ตลอดอายุการใช้งาน

แบบเดิมที่ผลิตด้วยอลูมิเนียม CNC                                 แบบใหม่ที่ผลิตด้วย 3D Printer ด้วยวัสดุพลาสติก ABS

การสร้าง Check and Fixture และ Tooling ที่มีน้ำหนักเบาขึ้น

โดยปกติ Check and Fixture ทั่วไปจะมีน้ำหนักมาก เพราะผลิตมาจากอลูมิเนียม หรือวัสดุอื่นๆ ที่ผ่านการ CNC ออกมา และเก็บรักษาอยู่ในสโตร์ของโรงงานเอง โดยพนักงานจะต้องไปขนและยกมันออกมาใช้ โดยอาจวางลงบนรถเข็นขนาดเล็กเพื่อเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ทำงาน เช่น ในหน้าเครื่อง Press เพื่อทำการตรวจเช็คชิ้นงานที่ผลิต

หลังการนำเครื่อง 3D Printer มาใช้ในการสร้าง Check and Fixture พบว่าชิ้นงานที่ได้ สามารถทดแทนวัตถุดิบเดิม เช่น อลูมิเนียมก้อนที่ต้องทำการ CNC เป็นรูปทรงตามแบบ หลังที่จากติดตั้งชุด Clamp เพื่อยึดในการประกอบ รวมถึงอุปกรณ์ในการตรวจวัดต่างๆ เช่น Check Pin ในการวัดขนาดรู ซึ่งพบว่าน้ำหนักลดลงไปเหลือประมาณ 2 กิโลกรัม จากก่อนหน้านี้ถ้าใช้อลูมิเนียมจะมีน้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม นี่คือ ประโยชนในด้านการลดน้ำหนักของ Check and Fixture

ก่อนหน้านี้เราได้เคยลองใช้โพลียูรีเทนก้อน (Polyurethane) มาทำการ Machine ด้วยเครื่อง CNC เพื่อสร้างเป็น Jig แบบง่ายๆ ที่เรียกว่า Rapid Tooling สำหรับใช้ตรวจเช็คขนาดของชิ้นงาน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เรากำลังรอ Check and Fixture ตัวจริงที่กำลังผลิตอยู่ แต่พอเรามี 3D Printer เราก็สามารถสร้างมันขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว และใช้มันจริงๆ ได้เลย ซึ่งจะพบว่า คุณสามารถลดเวลาในการทำงาน และลดต้นทุนลงไปได้อย่างมากเลยทีเดียว

แสดงเฉพาะชิ้นส่วนที่ผลิตด้วย 3D Printer เท่านั้น                                  แบบสำเร็จที่มีผสมกันระหว่าง 3D Printer ชิ้นส่วที่เป็นโลหะเข้าด้วยกัน

 

จากกรณีของ TS Tech เราจะพบว่า ในการสร้าง Jig and Fixture สำหรับใช้ในกระบวนการผลิตนั้น 3D Printer สามารถช่วยลดต้นทุนได้ถึง 69% เมื่อเทียบกับการสร้าง Tooling แบบเดิม โดยใช้การ CNC Machine ซึ่งนี่ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ สำหรับเข้ามาช่วยในการผลิตที่ทั้งรวดเร็ว ง่ายดาย แถมยังช่วยประหยัดต้นทุนลงได้อีกด้วย ที่สำคัญ ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ไปจนผลิตออกมาเป็นชิ้นงาน Tooling สามารถทำได้ด้วยคนเพียงคนเดียว

หากสนใจในเทคโนโลยีทางเลือกใหม่ เพื่อช่วยให้การพัฒนาการออกแบบสร้าง Jig & Fixture และเครื่องมือเฉพาะด้าน สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยตรงที่ บริษัท แอพพลิแคด จำกัด ตัวแทนจำหน่าย Stratasys 3D Printer โทร.  02-744-9045 หรือ http://www.applicadthai.com/3d-printer/

ที่มา: TS-Tech Case Study https://c0ad508c5f655ba06fb4be46-glnve5f1lhlho.netdna-ssl.com/wp-content/uploads/2017/03/TS-Tech_Case-Study.pdf

ที่มา: http://www.applicadthai.com

บทความ: สุชนม์ โพธิ์พริก

ตามมาดูการพิมพ์ 3 มิติ ลดระยะเวลาการผลิต Jig & Fixture ลงถึง 75%

ตามมาดูการพิมพ์ 3 มิติ ลดระยะเวลาการผลิต Jig & Fixture ลงถึง 75%

SOLAXIS INGENIOUS MANUFACTURING, INC.

GROWING A DESIGN, TOOLING, AND MANUFACTURING

COMPANY WITH SOLIDWORKS AND STRATASYS SOLUTIONS

 

Solaxis Ingenious Manufacturing, Inc. เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการพิมพ์ 3 มิติ, งานสแกน 3 มิติ, การสร้างต้นแบบ, Jig Fixture และTooling ซึ่ง Solaxis ได้เติบโตขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ในประเทศแคนนา ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการนำเอาเทคโนโลยีทั้งทางด้านซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบ (SolidWorks), และ Stratasys 3D Printer เข้ามาประสานกันได้อย่างยอดเยี่ยม

ด้วยโซลูชันของ SolidWorks และ Stratasys จึงทำให้ Solaxis สามารถผลิต Jig & Fixture และเครื่องมือเฉพาะด้านที่ช่วยในการผลิตได้รวดเร็วขึ้น วิธีการออกแบบและพัฒนา Jig & Fixture โดยทั่วไปสามารถทำได้ในระยะเวลาตั้งแต่ 12 – 14 สัปดาห์ แต่ในปัจจุบัน Solaxis สามารถจัดการทั้งหมดตั้งแต่การออกแบบจนถึงผลิต Jig & Fixture โดยใช้ซอฟต์แวร์ SolidWorks และ Stratasys  3D Printing ซึ่งใช้เวลาเพียง 3 สัปดาห์ เท่านั้น ทำให้สามารถลดระยะเวลาในการผลิต Jig & Fixture ลงถึง 75% เมื่อเทียบกันกับเทคนิคแบบดั้งเดิม

นอกเหนือจากที่เทคโนโลยีนี้ช่วยให้การพัฒนาการออกแบบสร้าง Jig & Fixture และเครื่องมือเฉพาะด้านแล้ว โซลูชันของ SolidWorks และ Stratasys 3D Printing ยังทำให้ Solaxis สามารถนำเสนอแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการทำงานให้กับทางลูกค้าด้วย ยกตัวอย่างเช่น ในการพัฒนา Jig สำหรับกระบวนการผลิตยานยนต์ที่มีขนาด 36*24 นิ้ว Solaxis สามารถลดน้ำหนังของ Jig จาก 68 กิโลกรัม ให้เหลือเพียงประมาณ 12.7 กิโลกรัมเท่านั้น หลังจากการพัฒนาในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ลดระยะเวลาและเพิ่มปลอดภัยต่อการใช้งานเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอีก 15 % อีกด้วยเช่นกัน

 

Solaxis คาดว่าจะได้รับประโยชน์เพิ่มเติมในอนาคตด้วยการผสมผสานกันระหว่าง Finite Element Analysis (FEA) Simulation ของซอฟต์แวร์ SolidWorks กับ 3D Printer ของ Stratasys ซึ่งนั้นคือ การวางแผนเกี่ยวกับการผลิตชิ้นงาน 3 มิติ โดยใช้ FEA มาตรวจสอบประสิทธิภาพ และเพื่อเพิ่มอายุการใช้งานของ Jig & Fixture และเครื่องมือต่างๆ จากการออกแบบและการพัฒนาในอนาคตต่อไป

หากสนใจในเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้การพัฒนาการออกแบบสร้าง Jig & Fixture และเครื่องมือเฉพาะด้านแล้วสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยตรงที่ บริษัท แอพพลิแคด จำกัด โทร.  02-744-9045 หรือ http://www.applicadthai.com/3d-printer/contact/

บทความ: ศักดิณรงค์ ช่วยนุกูล 3DP

ที่มา: http://www.applicadthai.com

แนะนำ 3D Scanner รุ่นใหม่ Artec 3D Leo: Smart Device All In One

แนะนำ 3D Scanner รุ่นใหม่ Artec 3D Leo: Smart Device All In One

บริษัท Artec 3D  ผู้พัฒนาและผู้ผลิต 3D Scanner และซอฟต์แวร์สำหรับงาน 3D Scan ชั้นนำของโลก ได้ทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในชื่อ Artec 3D Leo ซึ่งเป็น Scanner รุ่นแรกของบริษัทที่เรียกว่าเป็น Smart Device All In One โดยเป็นเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติแบบมือถือ ง่ายในการใช้งาน สามารถเก็บข้อมูลได้เร็วที่สุดขอผลิตภัณฑ์ของ Artec3D เวลานี้ โดยสามารถเก็บได้สูงสุดถึง 80 เฟรมต่อวินาที

ผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของ Artec 3D สามารถสแกนข้อมูล ประมวลผลและเก็บไว้ในตัวเครื่องสแกนแบบ Portable 3D Scanner  นี้ได้เลย โดยไม่ต้องต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ โดย Artec3D Leo มาพร้อมกับหน้าจอ Multi-Touch และ Half HD Screen โดยที่ในระหว่างทำการสแกนชิ้นงานนั้นสามารถมองผ่านหน้าจอนี้ ข้อมูลที่สแกนเข้ามานั้นสามารถเห็นทั้งในส่วนของรูปทรงที่เก็บเข้ามา และภาพสีแบบ Full Color ในเวลาเดียวกัน โดยเครื่องสแกนใช้แหล่งพลังงานจากแบตเตอร์รี่ภายในตัว นอกจากนี้ยังมีด้ามจับที่ออกแบบมาให้กระชับมือ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อข้อมูลแบบ Wireless เพื่อลดข้อจำกัดต่างๆ ในกรณีการทำงานในพื้นที่ที่แตกต่างกันไป

 

 

ด้วยความสามารถของเครื่องที่สามารถเก็บข้อมูลของพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น (FOV: Field Of View) และการประมวลผลที่ 80 เฟรมต่อวินาที ทำให้สามารถสแกนวัตถุที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นได้ และในเวลาเดียวกันผู้ใช้งานสามารถซูมเข้าไปในพื้นที่ใกล้ๆ เพื่อเก็บหรือเน้นเฉพาะบริเวณที่ต้องการของชิ้นงานได้มากขึ้น โดยในส่วนของค่าความแม่นยำของ 3D Pointอยู่ที่ 0.1 mm ด้วยความสามารถนี้ทำให้ Artec3D Leo เหมาะที่จะสแกนข้อมูลงานได้ทั้งแบบรูปทรงที่มีขนาดใหญ่ เช่น รถยนต์ ไปจนถึงชิ้นส่วนเครื่องจักรกลขนาดเล็กได้

 

 

เครื่องสแกนรุ่นใหม่ใช้ชิปประมวลผล NVIDIA® Jetson™ ทำให้ทำงานด้วยประสิทธิภาพสูงมากขึ้น มีความสามารถในการเก็บข้อมูลวัตถุขนาดใหญ่มากขึ้น การประมวลผลแบบ On Board นอกจากนี้เครื่องสแกนเนอร์ยังมาพร้อมระบบเซ็นเซอร์ 9 degrees of freedom (DoF) ซึ่งประกอบด้วย Accelerometer, Gyro และ Compass เพื่อตรวจจับข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งและสภาพการทำงาน ทั้งหมดนี้ เพื่อให้อุปกรณ์เข้าใจความแตกต่างระหว่างวัตถุที่สแกน ความแตกต่างระหว่างพื้นผิวที่อยู่ด้านหลังวัตถุ เช่น กำแพง หรืออื่นๆ เพื่อที่สามารถทำการลบข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อออกแบบอัตโนมัติหลังจากที่ประมวลผลข้อมูลในท้ายที่สุด

ทั้งนี้ในระหว่างสแกนชิ้นงานที่หน้าจอของ Artec 3D Leo ยังสามารถสตรีมข้อมูลไปยังอุปกรณ์อื่น เช่น คอมพิวเตอร์หรือ Notebook ซึ่งความสามารถนี้ช่วยให้ผู้ทำงานสามารถดูข้อมูลการสแกนผ่านหน้าจอขนาดใหญ่ได้อีกด้วย เพื่อความสะดวกและง่ายในการทำงาน อีกทั้งในส่วนของการเก็บข้อมูลภายในเครื่องสแกนเนอร์ยังติดตั้งฮาร์ดดิสก์แบบ Solid State ที่ความจุ 256 กิกะไบต์ ในการเก็บข้อมูล ทั้งยังรองรับ Micro SD Card สำหรับเพิ่มความจุให้กับเครื่องสแกนเนอร์ได้ด้วย นอกจากนี้ยังสามารถใช้แบตเตอรี่เสริมเพื่อการทำงานที่ยาวนานมากขึ้นในพื้นที่ที่ไม่มีแหล่งจ่ายไฟ และเมื่อการสแกนข้อมูลทุกอย่างเสร็จสิ้นสามารถส่งข้อมูลทั้งหมดไปที่คอมพิวเตอร์ผ่านระบบ Wi-Fi หรือ Cloud.

เกี่ยวกับบริษัท Artec 3D (อาร์เทค)

Artec 3D เป็นบริษัทนานาชาติ โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศลักเซมเบิร์ก รับทุนสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย Artec 3D เป็นผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมด้านการเก็บข้อมูล 3 มิติ ต่างๆ เช่น Scanner และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง โดย Artec 3D มีทีมผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพในการพัฒนาอุปกรณ์เก็บข้อมูล และประมวลผลพื้นผิว 3 มิติ ผลิตภัณฑ์ของ Artec3D ใช้ในหลายๆ อุตสาหกรรม เช่น งานวิศวกรรมการแพทย์, งานออกแบบ, Entertainment, แฟชั่นดีไซน์, งานโบราณวัตถุ, งานเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัย และอื่นๆ อีกมากมาย สนใจติดต่อและรับชมสาธิตการใช้งานของเครื่องสแกน 3 มิติ ได้โดยตรงที่ บริษัท แอพพลิแคดจำกัด ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.  02-744-9045 หรือ http://www.applicadthai.com/artec/contact/

ที่มา: https://www.artec3d.com/news/artec-leo-released  , http://www.applicadthai.com

บทความ: สุชนม์ โพธิ์พริก 3DP

 

4 วิธี ที่ผู้ประกอบการใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ในการแก้ไขปัญหา

4 วิธี ที่ผู้ประกอบการใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ในการแก้ไขปัญหา

(4 Ways Entrepreneurs Are Problem Solving With 3D Printing)

บริษัท Gartner ซึ่งเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับ Hype Cycle ได้ทำการวิเคราะห์ถึงตลาดของธุรกิจการพิมพ์ 3 มิติ ว่าอยู่ในช่วงขาลง ซึ่งมีผลกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทั้งๆ ที่ผู้บริโภคให้ความสนใจน้อยลง แต่ธุรกิจการพิมพ์ 3 มิติ ถือว่ามีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ผู้ประกอบการในหลายๆ ธุรกิจ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีประเภทนี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาในอนาคต

ซึ่งโดยปกติเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3 มิติ มักจะเกี่ยวข้องกับการพัฒนาต้นแบบขนาดเล็ก แต่ในที่สุดเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ก็ถูกนำเข้ามาสู่ตลาดในสายการผลิต ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่าอะไรคือแรงขับเคลี่อนที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้? คุณ John Carrington ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง ZVerse ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับซอฟต์แวร์การพิมพ์ 3 มิติ ได้อธิบายว่า “การเปลี่ยนแนวความคิดจาก 2 มิติ ให้มาเป็นแบบจำลอง 3 มิติ จะต้องใช้ความพยายามและความชำนาญเป็นอย่างมากจากผู้ออกแบบ และมันยังเป็นความท้าทายอย่างมากที่จะต้องลดช่องว่างระหว่างแนวความคิดและการผลิตออกมาจนกระทั้งกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ แต่ด้วยความก้าวหน้าในด้านซอฟต์แวร์ที่ช่วยสนับสนุนการพิมพ์ 3 มิติ และการรวมตัวของธุรกิจ จึงทำให้ผู้ประกอบการสามารถที่จะใช้ประโยชน์จากการพิมพ์ 3 มิติ นำมาสู่การพัฒนาธุรกิจของตัวเองให้ดีขึ้น”

และนี้คือตัวอย่างของวิธีที่ผู้ประกอบการใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

 

1.ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ในการพัฒนา MVP (Minimum Viable Product)

สำหรับผู้ประกอบการและ Startup แล้ว กระบวนการนี้ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญขั้นตอนหนึ่ง เพราะหนึ่งในอุปสรรคที่ยากที่สุดในการเริ่มต้นการลงทุนก็ คือ การพัฒนา MVP ซึ่งจะเป็นการรวบรวมกลุ่มลูกค้าและนักลงทุนให้มาร่วมลงทุนก่อนที่จะมีการผลิตสินค้าจริงออกมา ซึ่งในอดีตการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้องอาศัยทักษะความเชี่ยวชาญในการออกแบบเป็นอย่างมากและยังมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการสร้างจำนวนให้มากขึ้น ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำหรับ Startup ด้วยทุนของตัวเอง

โดยอาศัยกระบวนการผลิตที่ใช้ต้นทุนต่ำในความเร็วที่มากขึ้น จึงทำให้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ เป็นทางออกที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการในกระบวนการพัฒนา MVP ในอัตราความเร็วที่มากขึ้น นั่นก็หมายความว่า เมื่อถึงเวลาที่จะต้องระดมทุน แทนที่ผู้ประกอบการจะนำเสนอแค่แนวความคิดให้กับเหล่านักลงทุน แต่อาศัยการพิมพ์ 3 มิติ ผู้ประกอบการก็สามารถที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นรูปเป็นร่างให้เหล่านักลงทุนได้เห็น แต่ถ้าการระดมทุนทำผ่านสื่อออนไลน์ มันก็เป็นเรื่องง่ายที่ผู้ประกอบการจะระดมทุนด้วยการนำเสนอผ่านภาพเคลื่อนไหวของผลิตภัณฑ์นั้นจริงๆ ซึ่งจะทำให้เหล่านักลงทุนคาดไม่ถึง

ที่เกี่ยวข้อง: Prepare for Happy Tears: 5 Times Tech Improved People’s Lives ไปที่ลิงค์ https://www.entrepreneur.com/slideshow/277087

 

2.ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3 มิติ เพื่อแก้ไขปัญหาทางการแพทย์

การเพิ่มจำนวนของธุรกิจเพื่อการดูแลสุขภาพที่จะต้องใช้เครื่องสแกนและเครื่องมื่อที่ใช้ในการเรียนรู้ เพื่อที่จะพัฒนาปรับปรุงด้านการแพทย์และการรักษา โดยการสร้างโครงสร้างที่ประกอบด้วยรายละเอียดของร่างกายมนุษย์ ซึ่งได้มีนักคิดค้นหลายๆ คน ได้นำการพิมพ์ 3 มิติ เข้ามาช่วยในการสร้างแบบจำลองของข้อมูลที่มีการตรวจพบ เพื่อที่จะใช้ในการทำงานของทีมแพทย์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการวินิจฉัยจนไปถึงขั้นตอนการผ่าตัด

ที่เกี่ยวข้อง: How 3-D Printing Will Improve Our Future ไปที่ลิงค์ https://www.entrepreneur.com/slideshow/279978

คุณ John Carrington กล่าวว่า “เมื่อเราดูในธุรกิจการดูแลสุขภาพ ปัจจุบันข้อมูลที่ได้จากการทำ MRI และ CT สแกน มักจะถูกส่งต่อไปยังแพทย์และผู้ป่วยในรูปแบบของ 2 มิติ แต่ด้วยการพิมพ์ 3 มิติ ในการสร้างแบบจำลองที่แสดงถึงส่วนประกอบของอวัยวะและเนื้อเยื้อต่างๆ ที่อยู่ในร่างกายของคนเรานั้น ซึ่งคล้ายๆ กับการที่เราจินตนาการนั้นเอง การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของการพิมพ์ 3 มิติ จึงมีประโยชน์อย่างมากต่อการวางแผนการรักษา” คุณ Carrington ยังกล่าวต่ออีกว่า “ซอฟต์แวร์ถือได้ว่าเป็นเครื่องมือหลักที่จะนำไปใช้สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ”

 

3.ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ในการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพการศึกษา

นักเรียน นักศึกษาสามารถได้รับประโยชน์จากแบบจำลอง 3 มิติ ของแนวความคิดในการเรียนรู้ต่างๆ ซึ่งก็คล้ายกับที่แพทย์ได้รับประโยชน์จากแบบจำลอง 3 มิติ ที่นำไปใช้กับผู้ป่วย ถ้าเราสามารถนำเสนอข้อมูลในสถานการณ์ต่างๆ ให้ได้ง่ายแค่ไหน ในการที่จะแสดงถึงความสำคัญของข้อมูลเหล่านั้นให้กับนักเรียน นักศึกษา ก็จะเป็นเรื่องง่ายด้วยเช่นกัน

ยังมีการใช้งานอื่นๆ ในด้านการศึกษาซึ่งสามารถช่วยในการอธิบายถึงรายละเอียดของหัวข้องานวิจัย หรือโครงการที่โดยปกติจะต้องใช้เวลาในการพัฒนาคุณภาพพอสมควร เนื่องจากขาดแคลนเงินทุนในการพัฒนา เราลองมาจินตนาการดูว่าถ้านักเรียน นักศึกษา ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3 มิติ ในการนำเสนอส่วนที่สำคัญของโครงการวิทยาศาสตร์ หรือใช้ในทีมที่ผลิตหุ่นยนต์ มันจะเป็นการง่ายมากที่โรงเรียนจะมีการสนับสนุนเครื่องมือที่มีประโยชน์ให้กับนักเรียน นักศึกษา ที่มีความสนใจ เนื่องจากค่าใช้จ่ายของการพิมพ์ 3 มิติ ไม่ได้แพงเลย

 

4.ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ในการวางแผนขั้นตอนการปฏิบัติงาน

เมื่อเราต้องการที่จะเปลี่ยนแนวความคิดที่มีให้ออกมารูปธรรมหรือผลสำเร็จ การอาศัยเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ จึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้เราสามารถวางแผนการทำงานและลดเวลาที่จะต้องเสียไปได้ แทนที่เราจะต้องมาสร้างแบบอย่างคร่าวๆ ซ้ำไปซ้ำมาจากการออกแบบในข้อมูลที่แตกต่างกัน เช่น ศิลปะและสถาปัตยกรรม สามารถสร้างแบบจำลองที่จะช่วยระบุถึงปัญหาหรือข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากการผลิต แต่ถ้าเราใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ มาเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการคาดการณ์สำหรับการวางแผนขั้นตอนในการทำงาน  ซึ่งสามารถลดเวลาได้อย่างมากในการทำให้โครงการนั้นเสร็จสมบูรณ์

ที่เกี่ยวข้อง: Technologies Like 3-D Printing, Live Stream and Virtual Reality Have Facilitated Fantastic New Business Opportunities ไปที่ลิงค์

https://www.entrepreneur.com/article/271450

ส่วนที่สำคัญที่สุด

คุณ Carrington กล่าวว่า “ซอฟต์แวร์โซลูชันที่ทำให้การเปลี่ยนแนวความคิดจาก 2 มิติ เป็นการออกแบบแบบ 3 มิติ ให้มีความง่ายขึ้น ตลอดจนช่วยกำจัดปัญหาและอุปสรรคที่หลายๆ องค์กรได้เผชิญอยู่” ในขณะที่อุตสาหกรรมกำลังเติบโตขึ้น เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ก็มีการพัฒนามากขึ้นเช่นเดียวกัน ในส่วนของราคาก็ไม่ได้แพงอย่างที่คิด และเป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่า ผู้ใช้งานเองก็จะสามารถเพิ่มระดับของรายละเอียดในตัวโครงการได้ในเวลาที่เร็วขึ้นอีกด้วย และซอฟต์แวร์ที่มีประสิทธิภาพจะเป็นเส้นทางของความสำเร็จสำหรับโซลูชันการพิมพ์ 3 มิติ และอุตสาหกรรมอื่นๆ ก็มีการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งมันจะถูกทำให้ง่ายขึ้นและสามารถนำไปใช้ได้ง่ายขึ้นเช่นกัน  และในขณะที่ยังคงมีการพัฒนาปรับปรุง เหล่าผู้ประกอบการก็สามารถที่จะใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ในการแก้ไขปัญหาในธุรกิจของพวกเขาได้อย่างง่ายขึ้นเช่นเดียวกัน

ที่มา : www.entrepreneur.com

4 Ways Entrepreneurs Are Problem Solving With 3-D Printing ไปที่ลิงค์ https://www.entrepreneur.com/article/285451

แปลและเรียบเรียง: สรวัฒน์ นาคมณี

ที่มา :  https://goo.gl/L8n1S1

ชิ้นงาน SLA มีเครื่อง Formlab2 เท่านั้นที่ทำได้ ณ ตอนนี้

ชิ้นงาน SLA มีเครื่อง Formlab2 เท่านั้นที่ทำได้ ณ ตอนนี้

ชิ้นงาน SLA มีเครื่อง Formlab2 เท่านั้นที่ทำได้ ณ ตอนนี้
พระเอกของงานเลยทีเดียวค่ะ ชิ้นงานละเอียด งานใส หรือแม้กระทั่งทำจิวเวอรี่ ต้องตัวนี้เท่านั้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Inbox – m.me/iammaker3d
0876998336 – คุณอ้อม
0952054791 – คุณกิ๊ก

งานใสแบบนี้ ต้องเครื่องพิมพ์สามมิติ ของ Formlab2

งานใสแบบนี้ ต้องเครื่องพิมพ์สามมิติ ของ Formlab2

ใสแค่ไหน ถามใจเธอดู 😍

งานใสแบบนี้ ต้องเครื่องพิมพ์สามมิติ ของ Formlab2
งานละเอียด งานเนียน งานจิวเวอรี่ แหวน ต้องเครื่องนี้เท่านั้น
ทดสอบลองปริ้นเทสได้แล้วที่ I am MAKER

สอบถามรายละเอียดเครื่องเพิ่มเติม
Inbox – m.me/iammaker3d
0876998336 – คุณอ้อม
0863133816 – คุณกิ๊ก

3D Printers รุ่นเดียวที่มีกล้องภายในตัว

3D Printers รุ่นเดียวที่มีกล้องภายในตัว

3D Printers รุ่นเดียวที่มีกล้องภายในตัว เพียงแค่คุณดาวน์โหลด App 3DWOX ลงบนมือถือ หรือ บนแทปแล็ตของคุณ เพียงแค่นี้คุณก็สามารถที่จะดูความคืบหน้าของชิ้นงาน ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ทำงาน บ้าน หรือ ข้างนอกก็ตาม
____________________________
สอบถามรายละเอียดเครื่องเพิ่มเติม
Inbox – m.me/iammaker3d
0876998336 – คุณอ้อม
0863133816 – คุณกิ๊ก

ทำไม คุณถึงควรซื้อ Sindoh

ทำไม คุณถึงควรซื้อ Sindoh

สำหรับลูกค้าที่ใช้ SOLIDWORKS อยู่ เราเป็น Partner กัน ทำให้คุณลูกค้าสามารถสั่งปริ้นจากโปรแกรม SOLIDWORKS ได้เลย
หนึ่งในข้อเด่นอีกหลายๆ ข้อ ว่าทำไม คุณถึงควรซื้อ Sindoh

_________________________________
สอบถามรายละเอียดเครื่องเพิ่มเติม
Inbox – m.me/iammaker3d
0876998336 – คุณอ้อม
0863133816 – คุณกิ๊ก

Sindoh เครื่องพิมพ์สามมิติที่พูดกันถึงมากที่สุด

Sindoh เครื่องพิมพ์สามมิติที่พูดกันถึงมากที่สุด

เครื่องพิมพ์สามมิติที่พูดกันถึงมากที่สุด กับ 3D Printer ที่ได้รับรางวัลการดีไซน์ตัวเครื่องยอดเยี่ยม (Red Dot Award) สัมผัสตัวจริงๆ และทดลองปริ้น ได้แล้วที่ I am MAKER Shop เราเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในไทย

#Sindoh #3DWox #เครื่องพิมพ์สามมิติ
_____________________________________
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
0876998336 – คุณอ้อม
0863133816 – คุณกิ๊ก